น้ำขิงผสมมะนาว

น้ำขิงผสมมะนาว คือเคล็ดลับของคนอายุยืน เครื่องดื่มสมุนไพรรสเปรี้ยวอมเผ็ดเด็ดโดนใจปลอดภัยหายห่วง

การรับประทาน น้ำขิงผสมมะนาว จึงถือเป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนรักสุขภาพสมัยนี้ ที่ไม่ได้ดีแค่ความเผ็ดร้อนไล่โรคร้าย แต่ยังมีรสแซ่บถูกใจจนพุงยุบอีกต่างหาก

น้ำขิงผสมมะนาว

ส่วนผสม

– ขิงแก่ 3 หัว น้ำหนักรวมประมาณ 1 กิโลกรัมซอยเป็นแผ่นๆ

– น้ำผึ้ง 1 ถ้วยตวง

– น้ำเปล่า 5 ลิตร

– มะนาว 2 ลูก

วิธีทำน้ำขิงมะนาว

1. เริ่มจากการต้มน้ำให้เดือด ใส่ขิงลงไปต้ม ประมาณ 15 นาที ด้วยไฟอ่อนๆให้รสชาติและความหอมของขิงค่อยๆออกมา

2. เสริฟน้ำขิงร้อนๆ และ ปรุงรสตามใจชอบ ด้วย น้ำผึ้ง และ น้ำมะนาว เพียงเท่านี้ก็ได้น้ำขิงมะนาวร้อนๆ ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น แก้หวัด

ประโยชน์ของ น้ำขิงผสมมะนาว

1. ดีท็อกซ์ ล้างสารพิษในลำไส้

น้ำขิงผสมมะนาว เป็นการลงตัวกันที่ดีระหว่างน้ำขิงร้อนๆและน้ำมะนาวเปรี้ยวๆ ช่วยขับไล่สารพิษในลำไส้โดยเฉพาะตับ อวัยวะสำคัญในการทำความสะอาดร่างกาย หากตับแข็งแรง ร่างกายก็จะแข็งแรงไปด้วย

2. ช่วยย่อยอาหารได้ดีขึ้น

อย่างที่บอกไปว่าคุณประโยชน์ของ น้ำขิง ช่วยให้ตับทำงานได้ดี รวมถึงตับอ่อนทำให้ขับน้ำย่อยออกมาได้มีประสิทธิภาพได้ดี

3. ชะลอความเสื่อมวัย

สาร จินเจอร์รอล ที่หาได้ในขิงเท่านั้นเป็นกำลังรบสำคัญในการต่อสู่กับสารต้านอนุมูลอิสระ ศัตรูตัวร้ายที่ทำให้เซลล์ในร่างกายเสื่อมสลาย รวมถึงแร่ธาตุอื่นๆยังช่วยให้ต่อมไร้ท่อในร่างกายทำงานได้ดีช่วยในการชะลอวัย รวมถึงน้ำมะนาวช่วยบรรเทาอาการปวดข้อได้อีกด้วย

4. ลดน้ำหนัก

อีกประโยชน์ความร้อนของน้ำขิงคือการดึงไขมันที่เคยสะสมไว้ออกมาใช้เป็นพลังงานและขับออกมาเป็นปัสสาวะ ทำให้ลดการสะสมของไขมันตามหน้าท้องได้เป็นอย่างดี

5. แก้ไข้หวัด

เป็นที่รู้กันว่าน้ำขิงมีฤทธิ์ไล่โรคไข้หวัดได้เป็นอย่างดี เมื่อรวมกับน้ำมะนาวก็เหมือนกับเพิ่มประสิทธิภาพแบบคูณ 2 เพราะมะนาวช่วยบรรเทาอาหารปวดศีรษะ อาเจียน และ ความดัน

เคล็ดลับการทำน้ำขิงมะนาว

– ขิง สำหรับนำมาทำน้ำขิง นั้น ต้องเลือกขิงแก่ เนื่องจาก ขิงแก่ จะให้ความหอม และ รสขาติขิงที่ดีกว่า ขิงอ่อน

– การต้มน้ำขิง นั้น ให้ต้มน้ำก่อน ใส่ขิงลงไปต้ม ต้มจนได้กลิ่นของขิง และ หอมรสขิง จึงค่อยปรุงรส ใส่น้ำตาล

– การดื่มน้ำขิง นั้น นิยมดื่มแบบร้อนๆ น้ำขิง เย็นๆ ไม่เหมาะสำหรับรับประทาน เนื่องจาก หากทิ้งให้เย็น มากๆ ความเผ็ดจะออกมามาก และ รสชาติไม่อร่อย เท่ากับการดื่มแบบร้อนๆ

– น้ำขิง สามารถทานคู่กับ ขนมหวานหลายขนิด เช่น บัวลอยน้ำขิง หรือ เต้าฉวยน้ำขิง เป็นต้น

– น้ำผึ้งให้เลือกใช้น้ำผึ้งแท้ เทคนิคการเลือกซื้อน้ำผึ้งแท้ โดย น้ำผึ้งแท้ไม่ติดไฟ

– น้ำมะนาว ให้คั้นน้ำและ กรองเอากากและเมล็ดออกก่อน หากบีบลงไปปรุงรสเลยเมล็ดหรือกากเนื้อมะนาว อาจทำให้เสียรสชาติความอร่อย

ใครที่ไม่ควรทานน้ำขิง

1. คนที่มีปัญหาระบบย่อยอาหาร การจิบชาขิงช่วยย่อยมากเกินไป อาจทำให้เรามีอาการคลื่นไส้ และท้องเสียได้ เพราะขิงกระตุ้นให้เกิดกรดในกระเพาะอาหาร และลดระดับความดันเลือด ไม่เหมาะสำหรับคนเป็นโรคเบาหวาน

2. คนที่จะเข้ารับการผ่าตัด หรือทำศัลยกรรม ควรงดดื่มเครื่องดื่มที่มีขิงเป็นส่วนประกอบ หรืออาหารที่มีขิงประมาณ 1 สัปดาห์ เพราะขิงมีผลต่อการหยุดไหลของเลือด ทำให้เลือดแข็งตัวช้า หากผ่าตัดหรือทำศัลยกรรมจะทำให้แผลหายช้า บวม และอักเสบได้

3. คนที่มีร่างกายอ่อนเพลียจากการนอนน้อย ไม่ควรจิบน้ำขิงก่อนนอน จะทำให้นอนได้ไม่เต็มอิ่มนัก เพราะอาจลุกขึ้นมาปัสสาวะตอนกลางคืน ทางที่ดีควรดื่มในตอนเช้าดีกว่า

4. คนที่มีปัญหาสุขภาพระบบไหลเวียนโลหิต ไม่ควรดื่มชาขิง เพราะจะยิ่งทำให้หลอดเลือดหนาตัวขึ้น อาจเกิดโรคฮีโมฟีเลีย (Hemophilia) หรือเลือดออกง่าย แข็งตัวยาก หลอดเลือดหนาตัวขึ้น เกล็ดเลือดจับตัวเป็นลิ่ม

5. คนที่มีปัญหาโรคความดันโลหิตต่ำ การดื่มชาขิงจะยิ่งทำให้การไหลเวียนของเลือดช้าลงกว่าเดิม อาจทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ เกิดอาการวูบ เป็นลม หมดสติได้

6. ผู้หญิงตั้งครรภ์ และผู้หญิงที่อยู่ในช่วงให้นมบุตร การดื่มชาขิงในตอนเช้าอาจช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้องได้ แต่ความจริงแล้วไม่เป็นผลดีต่อลูกในท้องเท่าไรนัก เพราะน้ำขิงมีผลต่อน้ำนมที่ให้เด็กได้ อาจทำให้เด็กแรกเกิดแพ้น้ำนมแม่ได้

7. คนป่วยโรคนิ่วในถุงน้ำดี ไม่ควรดื่มน้ำขิง เพราะจะเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายผลิตน้ำดีออกมา ทำให้เกิดการอุดตันของทางเดินน้ำดี

ที่มา

kapook.com

innnews.co.th

ติดตามเรื่องราวดีๆได้ที่ linkucam.com