จุดจบมหาอำนาจ! ทรัมป์เตือน ศก.สหรัฐฯ กำลังล่มสลาย ดอลลาร์สูญเสียความเป็นเจ้าโลก

อเมริกาและเศรษฐกิจของประเทศกำลังเผชิญความท้าทายใหญ่หลวงที่อาจบ่อนทำลายสถานะของวอชิงตันในเวทีโลก จากคำเตือนของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระหว่างกล่าวกับที่ประชุมใหญ่ สมาคมปืนไรเฟิลแห่งชาติ (National Rifle Association) องค์กรทรงอิทธิพลในสหรัฐฯ ในรัฐอินดีแอนา เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ทรัมป์ พูดถึงความทะเยอทะยานของตนเอง สำหรับศึกชิงเก้าอี้ประธานาธิบดี 2024 ระหว่างกล่าวกับที่ประชุมใหญ่สมาคมปืนไรเฟิลแห่งชาติ และระหว่างนั้นเขากล่าวอ้างว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผลักประเทศแห่งนี้อยู่บนขอบเขตแห่งการล่มสลาย จากนโยบายต่างๆ ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ

“สหรัฐฯ กำลังยุ่งเหยิง เศรษฐกิจของเรากำลังล่มสลาย เงินเฟ้อไม่อยู่ภายใต้การควบคุม” อดีตประธานาธิบดีกล่าว พร้อมอ้างว่า “ดอลลาร์กำลังพังครืนเช่นกัน อีกไม่นานสกุลเงินสหรัฐจะไม่เป็นมาตรฐานโลกอีกต่อไป มันเทียบเท่ากับความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ที่สุดของวอชิงตันในรอบ 200 ปี ไม่อยากจะเชื่อเลย แค่เพียงเวลาไม่กี่ปีเท่านั้น”

อดีตประธานาธิบดีรายนี้กล่าวต่อว่า ความล้มเหลวของรัฐบาลไบเดน ในด้านขอบเขตนโยบายต่างประเทศ ทำให้พบเห็นรัสเซีย ร่วมพลังกับจีน และเมื่อรวมกับอิหร่านและเกาหลีเหนือ ตอนนี้มอสโกและปักกิ่งได้ก่อตั้ง “พันธมิตรคุกคามและทำลายล้าง”

“ในชั่วชีวิตของเรา เราไม่เคยอยู่ในอันตรายเช่นนี้มาก่อน ผมเชื่อว่ามันคือช่วงเวลาที่อันตรายที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศของเรา” เขากล่าว พร้อมเน้นว่ารัฐบาลไบเดนไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าระหว่างวอชิงตันกับมอสโก และเวลานี้มีการพาดพิงเกี่ยวกับการใช้อาวุธนิวเคลียร์กันแล้ว ในนั้นรวมถึงจากปากของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย

ทรัมป์ กล่าวอ้างว่ารัฐบาลปัจจุบันก่อความเสียหายแก่สหรัฐฯ มากกว่าประธานาธิบดีที่แย่ที่สุด 5 อันดับแรกในประวัติศาสตร์ของอเมริกาเสียอีก แต่เขาไม่ได้ระบุว่าบรรดาอดีตผู้นำที่ตนเองพาดพิงนั้นมีใครบ้าง

ทั้งนี้ ทรัมป์ ยืนยันถึงความตั้งใจที่จะสมัครเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันลงสู้สึกเลือกตั้งประธานาธิบดี 2024 พร้อมกับประกาศ “ทำให้อเมริกายิ่งใหญ่อีกครั้ง” หากได้รับเลือก อย่างไรก็ตาม เขายังคงพัวพันในประเด็นทางกฎหมายหลายคดี ในนั้นรวมถึงคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับเงินหาเสียง

ระหว่างกล่าวในวันศุกร์ (14 เม.ย.) ทรัมป์ เน้นย้ำคำจำกัดความการดำเนินคดีดังกล่าวว่าเป็นการแทรกแซงการเลือกตั้งที่สอบสวนโดยพวกเดโมแครต และเน้นย้ำว่าประเด็นทางกฎหมายไม่อาจฉุดรั้งเขาจากการเสนอตัวกลับคืนสู่เก้าอี้ทำเนียบขาว

(ที่มา : อาร์ทีนิวส์)

ติดตามเรื่องราวรอบโลกได้ที่ linkucam.com